• MR.FREEDOM

จุดเริ่มต้นแห่งการโพสต์ขายบนเฟซบุ๊ค​ส่วนตัว​ (ฉบับไม่ต้องกลัวอวสาน)​

อัปเดตเมื่อ 30 พ.ค. 2564


จุดเริ่มต้นแห่งการโพสต์ขายบนเฟซบุ๊ค​ส่วนตัว​ (ฉบับไม่ต้องกลัวอวสาน)​


สวัสดีครับนัฐครับ...


คุณเชื่อมะ? ช่วงเดือนที่ผ่านมาเนี่ย​ โพสต์​ที่ผมเห็นจนเอือมเลยก็คือ​ เลิกโพสต์​ขายบนเฟซ​ส่วนตัวได้แล้ว,​ พี่มาร์ค​ปิดกั้นการมองเห็น, พี่มาร์คไม่ให้ขายของบนเฟซ​ส่วนตัวแล้ว​ บลาๆๆ


แล้วก็จะมาพร้อมวิธีแก้กรรมประหลาด​ๆ​ เช่น​ พิมพ์อิโมติคอลปลาฉลาม​ แล้วพี่มาร์ค​จะเปิดการมองเห็น, พิมพ์​ vาย​ แทนขาย, พิมพ์​ sาคา แทนราคา, พิมพ์​โปsโมชั่u แทนโปรโมชั่น


ขอสติ๊กเกอร์​เยอะๆเพื่อเปิดการมองเห็น, เมนต์​ว่าสุดปัง, Congratulations, ขอแสดงความยินดี​ ถ้าขึ้นเป็นสีนั่นสีนี่แสดงว่าไม่ถูกปิดกั้นการมองเห็น​


คำถามคือ... ที่ทำๆกันน่ะ​ รู้หรือเปล่าว่าแท้จริงแล้วเป็นเพราะอะไรกันแน่ ทำไมถึงโดนปิดกั้นการมองเห็น? หรือพอเขาว่ามากูก็หลับหูหลับตาเชื่อ​ในทันทีเลย​ แบบไม่ต้องใช้งานรอยหยักในสมองเลยสักนิด


สมมติว่า...


ระหว่าง​ ไอ้​ A โพสต์​ลง​เฟซบุ๊ค​ ด้วยคอนเทนต์ที่ไม่น่าสนใจ​ ไม่มีคนไลค์​ คนแชร์​ ไม่มี​ Engagement​ เลย


กับไอ้​ B โพสต์​ลง​เฟซบุ๊ค​ ด้วยคอนเทนต์​ที่น่าสนใจ​ มีคนกดไลค์​ กดแชร์​ Engagement​ พุ่งปรี๊ด​ คนชื่นชมเพียบ!


ถ้าในวันนี้คุณเป็นเจ้าของเฟซบุ๊ค​ คุณจะเอาโพสต์​ของไอ้​ A หรือ​ ไอ้​ B ไปโชว์ให้สมาชิกในเฟซบุ๊ค​ได้เห็นครับ


แน่นอนว่าต้องเป็นโพสต์​ที่สมาชิก​เห็นแล้วเกิดความรู้สึก​ที่ดีต่อเฟซบุ๊ค​ ไม่รู้สึกว่าเฟซบุ๊ค​เป็นผู้ร้าย


และผมไม่ได้หมายถึงเฉพาะโพสต์​แนว​ Value Content แต่ผมเหมารวมไปจนถึงโพสต์​ขายของด้วย


ถ้าวันนี้คุณยังใช้การแก้กรรมประหลาดๆ​ ที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น​ ผมอยากเชิญชวน​ให้คุณหยุด! แล้วมาลองวิธีของผมดูครับ...


พิธีเบิกเนตรสู่การโพสต์​ขายบนเฟซบุ๊ค​ส่วนตัว​ โดยไม่ต้องผวา​ เวลาที่เทพ​ และเหล่าเซียนทั้งหลายออกมาลือว่าพี่มาร์ค​ลดการมองเห็น​

อันดับแรก... คุณท่องคาถานี้ให้ขึ้นใจเลยนะครับ​ "คนไม่สนเพราะโพสต์​กูห่วย" หรือ​ "คนไม่ซื้อเพราะกูโพสต์​ขายได้โคตรห่วยแตก"


นอกจากท่องแล้วกรุณาทำใจให้เชื่อด้วยนะครับ!


ต่อมา... ให้เลิกคิดถึงเรื่องพี่มาร์ค​ปิดกั้นการมองเห็น​ เพราะมันไม่ใช่​ พี่มาร์ค​พร้อมเปิดการมองเห็นเพิ่มเติมให้คุณเสมอ​ ขอให้คุณทำได้ถูกต้องตามเงื่อนไข​ เช่น...


  • - อย่าโพสต์​ขายของผิดกฎหมาย​

  • - อย่าโฆษณาเกินจริง

  • - อย่าพูดถึงแต่เรื่องตัวเอง

  • - อย่าโจมตีคู่แข่ง

  • - อย่าขายหวีให้คนไม่มีผม​ (ตรงนี้มีประเด็น)​


หลายๆคนยังงงชีวิต...


อยากขายก็อยากขาย​ อยากมีเพื่อนก็อยากมี​ ซึ่งก็รู้อยู่แก่ใจว่าเพื่อน​ ไม่เคยเท่ากับลูกค้า​ เผลอๆพอไปขายให้มันปุ๊ป​ นอกจากจะเสียลูกค้า​ แล้วยังเสียเพื่อนไปอีก​ต่างหาก ถถถถ


คุณกลับไปสำรวจสิครับว่าหน้าตาของเพื่อนในเฟซบุ๊คของคุณ​ มันละม้ายคล้ายคลึง​กับหน้าตาของลูกค้าของคุณมั้ย?


ถ้าไม่เอาไว้ทำมะเขืออะไรครับ​ นี่คือพื้นที่ของการทำธุรกิจ​ สิ่งที่คุณต้องมีคือลูกค้า​ ไม่ใช่เพื่อน​ (อยากมีเพื่อนไปเปิดอีกเฟซแล้วรับแต่เพื่อน)​


นี่แหละคือที่ผมบอกว่า​ "อย่าขายหวีให้คนไม่มีผม"


พอได้กลุ่มเป้าหมายมาอยู่ร่วมในเฟซบุ๊​คส่วนตัวของคุณแล้ว​ คุณอาจจะเริ่มต้นด้วย​ Value Content​ เพื่อให้เกิดปฏิสนธิ​ เอ้ยย! ปฏิสัมพันธ์​กันก่อน​ แล้วค่อยๆปล่อยสินค้าให้ลูกค้าได้เลือกช็อปตามตวามสบายใจ


โดยยึดหลัก​ 3 ช.​ (สูตรเด็ดที่ผมได้มาจากโค้ชพัส​ เมนเทอร์ด้านการพัฒนาศักยภาพ​ของผม)​


- ช. ที่​ 1 คือ​ "ชอบ" คุณต้องโพสต์​สิ่งที่พวกเขาชอบ​ และที่สำคัญคือต้องเชื่อมโยงกับสินค้าของคุณได้อย่างแนบเนียน


- ช.​ ที่​ 2 คือ​ "เชื่อ" เมื่อลูกค้าชอบสิ่งที่คุณเสนอ​ มันเหมือนเป็นการปิดใจลูกค้า​ และเมื่อลูกค้าเปิดใจ​ คุณพูดอะไรไปเขาก็เชื่อ​ (แนะนำว่าควรพูดความจริง​ เพราะอะไรปลอมๆ​ มักจะอยู่ได้ไม่นาน)


- ช.​ ที่​ 3 คือ​ "ช่วย" เมื่อคุณทำให้เขาเชื่อใจ​ได้แล้ว​ เขาจะไว้ใจสินค้าของคุณ​ และเขาก็จะช่วยอุดหนุนคุณแบบไม่แคลงใจเลยแม้แต่น้อย​ และกระบวนการทั้งหมดที่ผมว่ามา สามารถลงมือทำได้ทันที​ (ผ่านเฟซบุ๊ค​ส่วนตัว)​


ไอ้นัฐมึงก็พูดง่าย​ มึงรู้มั้ยว่าเวลาทำมันยากนะเว้ย!

กูรู้​ เอ้ย! ผมรู้ครับ​ เพราะถ้ามันง่ายผมคงไม่ต้องใช้ระยะเวลากว่า​ 3 ปี​ ในการสร้างฐานลูกค้าในเฟซบุ๊คส่วนตัวหรอกครับ


ผมคงไม่ต้องมานั่งคัดเพื่อนที่ไม่เคยซื้อออก​ แล้วเอาคนที่มีแววเป็นลูกค้าไว้​ (ช่วงแรกๆก็เสียดายพริตตี้นมตู๊ม​ ๆ​ อยู่เหมือนกัน​ 555​ อย่าบอกเมียเรานะ​ )


กว่าผมจะมีฐานลูกค้าที่ตามซื้อสินค้าของผมทุกชิ้น​ ทุกคอลเลคชั่น​ ทุก​รูปแบบ​ รวมถึงสินค้าที่ผมทำ​ Affiliate​ กับคนอื่นๆ​ อาทิเช่น​ อ.เจษ​ เป็นต้น


เพราะฉะนั้นผมเข้าใจดีครับว่ามันยากลำบากแค่ไหน​ มันต้องใช้เวลามากเพียงใด​ แต่เชื่อผมเถอะเมื่อทำได้มันโคตรคุ้มค่ามากๆเลยครับ


ไอ้วิธีแก้ประหลาดๆ​ ที่เขาว่าต่อๆกันมา​ ผมเทสหมดแล้ว​ และมันได้ผลนะ​ แต่ระยะสั้นมากๆ


เล่าตรงนี้นิดนึงละกันครับ...


ไม่ว่าจะเป็นขออิโมติคอลปลาฉลาม​ พิมพ์​นั่นพิมพ์​นี่​ แล้วจะขึ้นสีเขียว​ สีส้ม​ สีชมพู​ มันคือการเพิ่ม​ Engagement​ ทั้งนั้น​ และมันก็ทำได้จริง


แต่มันก็ทำได้ในระยะสั้นๆ​ เพราะสุดท้ายแล้วหากคุณไม่เริ่มแก้ที่​ Skill การเขียนคอนเทนต์​ วันหนึ่งคุณก็ต้องโพสต์​คอนเทนต์กากๆลงไปให้พี่มาร์ค​ปิดการมองเห็นอีกอยู่ดี


และที่สำคัญไอ้การ​ Copy​ โพสต์​คนอื่นแล้วนำไปวางแบบนั้นน่ะ​ ระวังเถอะ​ AI​ จะมองว่าเป็นสแปม​ ที่นี้แหละจากโพสต์​ที่คนเห็นน้อยอยู่แล้ว​ จะกลายเป็นโพสต์​ที่ไม่มีใครเห็นเลยล่ะครับงานนี้


วิธีแก้ง่ายมากๆ...


ก็คิดเองสิไปก๊อปคนอื่นเพื่อ?


โพสต์​ในแบบของคุณ​ เป็นตัวของคุณ​เอง ไม่ต้องไปเหมือนใคร​ ไม่ต้องกลัวที่จะโพสต์​ขาย​ โพสต์​ไปเถอะ​ เดี๋ยว​ผมทำไรให้ดู


( ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​ ขาย​)


หากคุณยังเห็นโพสต์​นี้อยู่​ ก็แสดงว่าไม่ได้มีการปิดกั้นการมองเห็นใดๆทั้งนั้น


โพสต์​ขายโดยนำเสนอสินค้าของคุณ​ ในเวอร์ชั่นที่ตรงตามความปรารถนาในใจของลูกค้า


ถ้าถามว่าแล้วจะรู้ได้ไงว่าความปรารถนาในใจลูกค้าคืออะไร


ง่ายมากๆครับ​ ถามสิครับ... ถามผ่านอบบสำรวจด็ได้​ หรือจะถามตรงๆเลยก็ได้​ แต่หากต้องการให้เขาตอบชัวร์ๆ​ ควรจะมีของขวัญ​เล็กๆน้อยๆมอบให้เขาด้วยครับ


ก่อนที่โพสต์​นี้จะหายไปตลอดกาลเพราะผู้อ่านไม่กดหัวใจ​ และกดแชร์​ ผมขอจบสวยๆด้วย​ "3 เทคนิคที่จะช่วยให้ยอดขายตกต่ำถึงขีดสุด"

  1. โม้เยอะๆ​ โม้เรื่องของตัวเองเยอะๆ​ เอาตัวเอง​ที่ตั้งให้มากๆ​ รีวิวก็เมตเอาอย่าไปเอาของจริง​ จ้างหน้าม้าหน้าหมามาเยอะๆ​ รับรองความไม่จริงใจแบบเต็มสูบแบบนี้​ ช่วยให้ยอดตกได้แน่นอนครับ

  2. โพสต์​บ่อยๆเน้นจำนวนมากดว่าคุณภาพ​ โพสแม่งวันละ​ 20​ โพสต์​ไปเล๊ย​ เพราะทุกครั้งที่โพสต์​ AI​ ก็จะประมวลผล​ แล้วก็จะตัดสินว่าจะลดการทองเห็น​ หรือจะเพิ่มให้ดี​ เพราะฉะนั้นอย่าไปเน้นคุณภาพนะครับ​ เดี๋ยว​การมองเห็นจะเพิ่ม​ ให้โพสต์คอนเทนต์ห่วยๆ​ บ่อยๆ​ จะได้ไม่มีใครเห็น​ ยอดจะได้ตกลงเรื่อยๆ

  3. อย่าไปมีข้อเสนอ​ ขายแม่งทื่อๆแบบนั้นแหละ​ ให้คู่แข่งทำไป เมื่อคู่แข่งมีข้อเสนอดีๆ​ ลูกค้าก็จะแห่ไป​ ยอดเราจะได้ตกสมใจอยาก​ ถถถถ


พูดถึงข้อเสนอ... มันคือทางรอดของคนที่อยากโพสต์​ขายบนเฟซบุ๊ค​ส่วนตัวให้ได้ยอดเยอะๆ​

สำหรับสาย​ Direct​ Response​ Copywriter​ และ​ Direct​ Marketing​ จะรู้ดีครับ​ ว่าข้อเสนอดีๆ​ โดนๆ​ จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าอยากซื้อ​ (ในทันที)


ข้อเสนอที่แรงมาก​ แบบลูกค้าได้ประโยชน์เต็มๆเลยก็คือแถมของขวัญ​ หรือโบนัสบางอย่าง​ ไปแบบฟรีๆ​ โดยมีเวลาจำกัด​ หรือจำกัดจำนวนผู้ที่จะได้รับ


อีกแบบคือ​ Win Win ทั้ง​ 2 ฝ่ายทั้งลูกค้า​ และผู้ขาย​ ก็คือ​ ขายแบบยกแพ็ึค​ หรือขายร่วมสินค้าอื่น​ เช่น​ ซื้อสบู่+ยาสีฟัน​ ได้ส่วนลด​ 25% หรือ​ซื้อสบู่​ยกแพ็ค​ ลด​ ไปเลยทันที​ 200​ บาท​ อันนี้จะช่วยในการระบายสต็อก​ และขายสินค้ารองออกไปได้ในจำนวนมากขึ้นครับ


ยังไงก็ลองหาข้อเสนอดีๆมาไว้กระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้าด้วยนะครับ... จบ!


และโพสต์​สั้นๆของผมก็ขอจบไว้เท่านี้ก่อนนะครับ​ เอาไว้วันหลังมีอะไรทั้งที่ดีๆ​ และเลวๆ​ จะมาเล่าให้ฟังกันอีกนะครับ


ยังไงก็ถ้าเห็นว่าโพสต์​นี้มีประโยชน์​ อย่าลืมกดแชร์​ และรัวหัวใจ​ ให้ผมด้วยนะครับ​


Mr.Freedom

Nutdanai


ปล.​ สำหรับใครที่รู้สึกตื้อๆ​ ตันๆ​ คิดคอนเทนต์​ไม่ค่อยออก​ ลองเอา​ E-book​ Content Writing The Series​ ของผมไปอ่านครับ​ รับรองลื่นไหลขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

ขออนุญาต​เปิดวาร์ป​สู่​ ตัวอย่างบาง​ส่วน​/รีวิวจากผู้อ่านตัวจริง​ครับ​ คลิกเลยครับ >>> E-book​ Content Writing The Series

ดู 1,786 ครั้ง0 ความคิดเห็น